ซิลิโคน CUI คืออะไร? ซิลิโคน CUI เป็นผลิตภัณฑ์ซิลิโคนเสริมหน้าอก ที่เคยจำหน่ายภายใต้กลุ่มบริษัท Inamed และ Allergan โดยมีตัวเลือกด้านรูปทรง ขนาด พื้นผิว และวัสดุภายใน แตกต่างกันตามรุ่น แม้จะเป็นซิลิโคน ที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน แต่ผู้ที่เคยเสริมหน้าอกด้วย CUI ควรทราบรุ่นของซิลิโคน ที่ใช้อยู่ เนื่องจากคุณสมบัติ ความเสี่ยง และแนวทางการติดตามดูแล อาจแตกต่างกัน บทความนี้ จะอธิบายข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับซิลิโคน CUI ตั้งแต่ลักษณะผลิตภัณฑ์ ข้อดี ข้อจำกัด ความปลอดภัย ไปจนถึงการพิจารณาว่า ควรตรวจเช็ก หรือเปลี่ยนซิลิโคน เมื่อใด
ซิลิโคน CUI คืออะไร ผลิตโดยบริษัทไหน
ซิลิโคน CUI (CUI Breast Implants) เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ซิลิโคนเสริมหน้าอก ที่มีประวัติอยู่ภายใต้บริษัท Inamed ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับศัลยกรรมเสริมหน้าอก ก่อนที่ธุรกิจดังกล่าว จะเข้ามาอยู่ภายใต้ Allergan ในเวลาต่อมา
ข้อมูลจากเอกสารของ Inamed ในอดีต ระบุว่า บริษัทจำหน่ายซิลิโคนเสริมหน้าอก ภายใต้ชื่อ McGhan และ CUI โดยผลิตภัณฑ์ มีหลายรูปแบบ ทั้งชนิดบรรจุซิลิโคนเจล และชนิดบรรจุน้ำเกลือ รวมถึงมีรูปทรง ขนาด และลักษณะพื้นผิว แตกต่างกัน
จุดสำคัญ ที่ควรทำความเข้าใจ คือ CUI ไม่ใช่ชื่อเรียกซิลิโคนเสริมหน้าอกทุกชนิด ของ Allergan แต่เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ ที่มีประวัติเฉพาะ ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลซิลิโคนที่เคยเสริม จึงควรพิจารณาจากชื่อรุ่น และรหัสผลิตภัณฑ์ ร่วมด้วย
สำหรับผู้ที่เคยเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน CUI การทราบข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้แพทย์ประเมินคุณสมบัติของซิลิโคน ที่ใช้อยู่ ตรวจสอบประวัติด้านความปลอดภัย และวางแผนติดตามผล ได้เหมาะสมมากขึ้น
ซิลิโคน CUI มีลักษณะ และคุณสมบัติอย่างไร
ซิลิโคน CUI มีลักษณะเป็นถุงซิลิโคน สำหรับเสริมขนาด หรือปรับรูปทรงหน้าอก โดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้ ทั้งรูปทรง วัสดุภายใน ความหนาของเปลือกหุ้ม และลักษณะพื้นผิวภายนอก
จึงไม่ควรสรุปว่า ซิลิโคน CUI ทุกชิ้น มีความนุ่ม รูปทรง หรือสัมผัสเหมือนกัน เพราะรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น อาจแตกต่างกัน
รูปทรง และขนาดของซิลิโคน CUI
ซิลิโคนเสริมหน้าอกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Inamed ในอดีต มีตัวเลือกหลายรูปทรง และขนาด เพื่อรองรับความแตกต่างของสรีระ รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ หลังการผ่าตัด
รูปทรงซิลิโคน ที่พบในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ได้แก่
- ซิลิโคนทรงกลม (Round Implant) มีลักษณะสมมาตร และสามารถให้ความอวบอิ่มแก่หน้าอก โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับขนาด ความนูน และตำแหน่งการวางซิลิโคน
- ซิลิโคนทรงตามกายวิภาค (Anatomical Implant) ออกแบบให้มีสัดส่วนความนูน แตกต่างกันตามแนวตั้ง เพื่อเลียนแบบลักษณะหน้าอกตามธรรมชาติ ในบางกรณี
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ซิลิโคน CUI ทุกรุ่น จะมีตัวเลือกครบทั้งสองรูปทรง จึงต้องตรวจสอบจากข้อมูลผลิตภัณฑ์จริง
ลักษณะพื้นผิว และความแตกต่างของแต่ละรุ่น
พื้นผิวซิลิโคน เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อรอบซิลิโคน รวมถึงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน บางประเภท
ผลิตภัณฑ์เสริมหน้าอกภายใต้กลุ่ม Inamed มีทั้งตัวเลือกพื้นผิวเรียบ และพื้นผิวขรุขระ โดยรายละเอียดแตกต่างกัน ตามรุ่น
- พื้นผิวเรียบ (Smooth Surface) มีผิวด้านนอกค่อนข้างเรียบ สามารถเคลื่อนไหวภายในโพรงที่วางซิลิโคนได้ ตามลักษณะเนื้อเยื่อ และการผ่าตัด
- พื้นผิวขรุขระ (Textured Surface) มีลักษณะพื้นผิว ที่ออกแบบให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งระดับความขรุขระ และเทคโนโลยีพื้นผิว อาจแตกต่างกัน
ไม่สามารถใช้เพียงชื่อ CUI เพื่อระบุชนิดพื้นผิว ได้อย่างแน่นอน ผู้ที่ต้องการตรวจสอบ ควรใช้บัตรประจำซิลิโคน หรือเอกสารการผ่าตัด ที่มีรหัสรุ่นประกอบ
ความนุ่ม และคุณสมบัติของเนื้อเจลซิลิโคน
ซิลิโคน CUI ชนิดบรรจุเจล ใช้วัสดุซิลิโคนเจลภายในเปลือกหุ้ม โดยระดับความหนืด และการคงรูปของเจล อาจแตกต่างกัน ตามการออกแบบผลิตภัณฑ์
ความนุ่มของหน้าอกหลังเสริม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อเจล เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น
- ปริมาณเนื้อหน้าอกเดิม และความหนาของชั้นไขมัน
- ขนาดซิลิโคน เมื่อเทียบกับฐานหน้าอก
- ตำแหน่งการวางซิลิโคน เหนือ หรือใต้กล้ามเนื้อ
- ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และเนื้อเยื่อ
- การเกิดพังผืดรอบซิลิโคน หลังผ่าตัด
ด้วยเหตุนี้ แม้ใช้ซิลิโคนรุ่นเดียวกัน ผลลัพธ์ด้านสัมผัส และรูปทรง ก็อาจแตกต่างกัน ในแต่ละบุคคล
ข้อดี และข้อจำกัดของซิลิโคน CUI มีอะไรบ้าง
การพิจารณาข้อดี และข้อจำกัดของซิลิโคน CUI ควรอ้างอิงตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น ไม่ควรตัดสินจากชื่อยี่ห้อ เพียงอย่างเดียว เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตซิลิโคนเสริมหน้าอก มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หากพิจารณาจากข้อมูลผลิตภัณฑ์ในอดีต ซิลิโคน CUI มีจุดเด่น และข้อจำกัด ที่ควรทำความเข้าใจดังนี้
ข้อดีของซิลิโคน CUI
- มีประวัติการใช้งาน ในงานศัลยกรรมเสริมหน้าอก มาเป็นเวลานาน
- มีผลิตภัณฑ์หลายขนาด และรูปทรง เพื่อรองรับความแตกต่างของสรีระ
- มีตัวเลือกวัสดุภายใน และลักษณะพื้นผิว แตกต่างกันตามรุ่น
- สามารถใช้เพิ่มขนาด หรือปรับรูปทรงหน้าอกได้ ตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ข้อดีเหล่านี้ เป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์ซิลิโคนเสริมหน้าอก ในกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า CUI มีประสิทธิภาพเหนือกว่าซิลิโคนทุกยี่ห้อ
ส่วนข้อจำกัด ที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ทำให้ไม่สามารถประเมินจากชื่อ CUI เพียงอย่างเดียว
- ผู้ที่เสริมหน้าอกมานาน อาจไม่มีเอกสารระบุรุ่น หรือข้อมูลการผ่าตัดเดิม
- ซิลิโคนมีโอกาสเสื่อมสภาพ หรือเกิดการแตก เมื่อระยะเวลาการใช้งานเพิ่มขึ้น
- ผลิตภัณฑ์บางรุ่น อาจมีประเด็นด้านความปลอดภัย ที่ต้องตรวจสอบเป็นกรณีเฉพาะ
นอกจากนี้ ความสำเร็จของการเสริมหน้าอก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อซิลิโคน เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการประเมินสรีระ เทคนิคการผ่าตัด การเลือกขนาด และการดูแล หลังผ่าตัดด้วย
ดังนั้น ผู้ที่กำลังศึกษาซิลิโคน CUI ควรพิจารณาข้อมูล ทั้งด้านคุณสมบัติ ความปลอดภัย และสถานะผลิตภัณฑ์ แทนการตัดสินใจจากข้อดี เพียงด้านเดียว
ซิลิโคน CUI ปลอดภัยไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
ซิลิโคน CUI ไม่สามารถระบุได้ว่า ปลอดภัย หรืออันตราย จากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับรุ่นของซิลิโคน ลักษณะพื้นผิว ระยะเวลาที่เสริม รวมถึงสภาพเนื้อเยื่อ และปัจจัยเฉพาะบุคคล
เช่นเดียวกับซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้ออื่น CUI มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน หลังผ่าตัดได้ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว แม้ผู้รับบริการบางราย จะไม่มีอาการผิดปกติ เป็นเวลาหลายปีก็ตาม
พังผืดรัดซิลิโคน และการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงหน้าอก
หลังการเสริมหน้าอก ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ หุ้มรอบซิลิโคน ซึ่งเป็นกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติ แต่หากพังผืดหดรัดตัวมากผิดปกติ อาจทำให้หน้าอกแข็ง เจ็บ หรือมีรูปร่างเปลี่ยนไป
ภาวะนี้เรียกว่า Capsular Contracture หรือพังผืดรัดซิลิโคน โดยอาการที่อาจพบ ได้แก่
- หน้าอกเริ่มแข็งขึ้น และสัมผัส ไม่เหมือนเดิม
- หน้าอกมีรูปร่างผิดไป จากหลังเสริม ในช่วงแรก
- รู้สึกตึง เจ็บ หรือไม่สบาย บริเวณหน้าอก
- หน้าอกสองข้าง มีลักษณะ ไม่สมมาตรมากขึ้น
ความรุนแรงของพังผืด มีหลายระดับ บางรายอาจมีเพียงความแข็งเล็กน้อย ขณะที่บางราย อาจจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข โดยแพทย์จะพิจารณาจากอาการ และผลการตรวจร่วมกัน
ซิลิโคนรั่ว แตก หรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง
ซิลิโคนเสริมหน้าอก ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ ที่สามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต โดยไม่มีความเสี่ยง เมื่อเวลาผ่านไป เปลือกหุ้มซิลิโคน อาจเกิดความเสียหาย หรือแตกได้ โดยบางกรณี ไม่แสดงอาการชัดเจน
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- ซิลิโคนแตก (Implant Rupture) เกิดความเสียหายต่อเปลือกหุ้ม ซึ่งซิลิโคนชนิดเจล อาจแตก โดยไม่มีอาการภายนอก ให้สังเกตเห็น
- ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง (Implant Malposition) ทำให้หน้าอกเปลี่ยนรูปทรง หรือเกิดความไม่สมมาตร
- การเกิดของเหลวรอบซิลิโคน (Seroma) อาจทำให้หน้าอกบวม หรือขยายใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดขึ้น หลังผ่าตัดไปนานแล้ว ควรตรวจหาสาเหตุ
สำหรับผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเจล แนวทางของ FDA แนะนำให้ตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ หรือ MRI ครั้งแรก เมื่อครบ 5–6 ปี หลังผ่าตัด และตรวจซ้ำทุก 2–3 ปี แม้ไม่มีอาการผิดปกติ เพื่อช่วยตรวจหาการแตกของซิลิโคน ที่ไม่แสดงอาการ
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับซิลิโคนผิวขรุขระ
ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างซิลิโคนเสริมหน้าอกชนิดผิวขรุขระ กับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด BIA-ALCL (Breast Implant-Associated Anaplastic Large Cell Lymphoma)
BIA-ALCL เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่พบได้ไม่บ่อย โดยมักเกิดบริเวณของเหลว หรือเนื้อเยื่อพังผืดรอบซิลิโคน ไม่ใช่มะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อเต้านมโดยตรง
ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า ซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยง BIA-ALCL สูงกว่าซิลิโคนชนิดผิวเรียบ และในปี 2019 มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Allergan BIOCELL บางกลุ่มทั่วโลก เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ซิลิโคน CUI ทุกรุ่น อยู่ในการเรียกคืนครั้งนั้น เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น มีลักษณะพื้นผิวแตกต่างกัน
อาการที่ควรเข้ารับการตรวจ ได้แก่ หน้าอกบวมผิดปกติ หลังเสริมไปหลายปี มีก้อนบริเวณหน้าอก หรือรักแร้ และมีอาการเจ็บที่เกิดขึ้นใหม่ โดยไม่ทราบสาเหตุ
แม้ภาวะดังกล่าว จะพบได้ไม่บ่อย แต่การสังเกตความผิดปกติ และเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ที่มีซิลิโคนเสริมหน้าอก ทุกยี่ห้อ
ซิลิโคน CUI ต่างจากซิลิโคนเสริมหน้าอก ในปัจจุบันอย่างไร
ซิลิโคน CUI เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน ขณะที่ซิลิโคนเสริมหน้าอกในปัจจุบัน มีการพัฒนา ทั้งด้านวัสดุ เทคโนโลยีการผลิต รูปทรง และการติดตามข้อมูลความปลอดภัย
ความแตกต่าง ไม่ได้หมายความว่า ซิลิโคนรุ่นใหม่ทุกชนิด จะดีกว่า CUI ในทุกด้าน แต่ควรพิจารณาจากคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์ และผลลัพธ์ ที่ต้องการ
ประเด็นที่ใช้เปรียบเทียบได้ ได้แก่
- เนื้อเจลซิลิโคน ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน มีตัวเลือกด้านความนุ่ม ความหนืด และการคงรูปของเจล แตกต่างกันตามเทคโนโลยีของแต่ละบริษัท
- รูปทรง และความนูน ซิลิโคนรุ่นใหม่ มีตัวเลือกหลากหลาย เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกขนาดฐานหน้าอก และระดับความนูน ให้เหมาะกับสรีระ
- เทคโนโลยีพื้นผิว มีการพัฒนาพื้นผิวหลายรูปแบบ โดยต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติ และข้อมูลด้านความปลอดภัยของแต่ละรุ่น
- ข้อมูลการศึกษาระยะยาว ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่าย ในปัจจุบันบางรุ่น มีข้อมูลติดตามผลทางคลินิก ซึ่งช่วยประกอบการประเมินความเสี่ยง และผลลัพธ์หลังผ่าตัด
ตัวอย่างซิลิโคนเสริมหน้าอก ที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ได้แก่ Motiva และ Mentor ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น ให้เลือกตามลักษณะเนื้อเจล พื้นผิว และรูปทรง
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบ CUI กับซิลิโคนเหล่านี้ ควรใช้ข้อมูลของรุ่นที่ชัดเจน ไม่ควรเปรียบเทียบเพียงชื่อยี่ห้อ เพราะผลิตภัณฑ์จากบริษัทเดียวกัน ก็อาจมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
สำหรับผู้ที่เคยเสริมหน้าอกด้วย CUI และยังไม่มีอาการผิดปกติ การมีซิลิโคนรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ไม่ได้หมายความว่า จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนทันที
ในทางกลับกัน หากพบปัญหาด้านรูปทรง พังผืด หรือซิลิโคนแตก การเลือกผลิตภัณฑ์ สำหรับผ่าตัดแก้ไข ควรพิจารณาเทคโนโลยี ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ร่วมกับสภาพเนื้อเยื่อ และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ปัจจุบันยังใช้ซิลิโคน CUI เสริมหน้าอกอยู่ หรือไม่
ซิลิโคน CUI เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีประวัติการจำหน่ายมานาน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ทุกรุ่นยังมีจำหน่าย หรือได้รับอนุญาตให้ใช้เสริมหน้าอกใหม่ ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน หรือไม่ การตรวจสอบ จึงต้องพิจารณารุ่นผลิตภัณฑ์ และสถานะการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยตรง
นอกจากนี้ ควรแยกความแตกต่าง ระหว่างผลิตภัณฑ์ที่เคยจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ที่หยุดจำหน่าย และผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืน เนื่องจากแต่ละกรณี มีความหมายแตกต่างกัน
ซิลิโคน CUI เกี่ยวข้องกับการเรียกคืนของ Allergan หรือไม่
ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2019 Allergan ประกาศเรียกคืนซิลิโคนเสริมหน้าอก และอุปกรณ์ขยายเนื้อเยื่อชนิด BIOCELL Textured ทั่วโลก หลังมีข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ BIA-ALCL
การเรียกคืนครั้งดังกล่าว มีขอบเขตเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ โดยไม่ได้ครอบคลุมซิลิโคนทุกชนิดของ Allergan และผลิตภัณฑ์ผิวเรียบบางกลุ่ม ไม่ได้รับผลกระทบจากประกาศครั้งนั้น
สำหรับ CUI มีหลักฐานจากเอกสารผลิตภัณฑ์ในอดีตว่า มีทั้งรุ่นผิวเรียบ เช่น RLD และ RHD รวมถึงรุ่นผิว MicroCell เช่น MLP และ MHP จึงไม่สามารถสรุปสถานะการเรียกคืน จากชื่อ CUI เพียงอย่างเดียวได้
ผู้ที่มีซิลิโคน CUI อยู่แล้ว ควรตรวจสอบชื่อรุ่น รหัสผลิตภัณฑ์ และเอกสารที่ได้รับหลังผ่าตัด เพื่อให้สามารถตรวจสอบสถานะ ได้ถูกต้อง
ที่สำคัญ การหยุดจำหน่าย หรือการเรียกคืนผลิตภัณฑ์บางรุ่น ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เคยเสริมซิลิโคนรุ่นนั้น จะต้องผ่าตัดนำออกทุกราย โดยเฉพาะกรณีที่ไม่มีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยง และวางแผนติดตาม ตามความเหมาะสม
เคยเสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคน CUI ควรตรวจเช็ก หรือเปลี่ยนซิลิโคน เมื่อไหร่
ผู้ที่เคยเสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคน CUI ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคน ทันที เพียงเพราะใช้งานมาหลายปี หรือเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเก่า แต่ควรพิจารณาจากสภาพซิลิโคน อาการผิดปกติ และผลการตรวจประเมินของแพทย์
เนื่องจากซิลิโคนเสริมหน้าอก ไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานถาวร การติดตามสภาพซิลิโคนในระยะยาว จึงมีความสำคัญ แม้จะไม่มีอาการเจ็บ หรือสังเกตเห็น การเปลี่ยนแปลงของหน้าอก ก็ตาม
สัญญาณ ที่ควรเข้ารับการตรวจ
อาการบางอย่าง อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของซิลิโคน หรือเนื้อเยื่อโดยรอบ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้น หลังเสริมหน้าอกเป็นเวลานาน
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
- หน้าอกแข็งขึ้นผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บต่อเนื่อง
- หน้าอกมีขนาด หรือรูปทรงเปลี่ยนไปจากเดิม
- หน้าอกสองข้าง ไม่สมมาตรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เกิดอาการบวม หรือมีของเหลวสะสมบริเวณหน้าอก
- คลำพบก้อนผิดปกติ บริเวณหน้าอก หรือรักแร้
- มีความรู้สึกตึง รั้ง หรือไม่สบายหน้าอกมากขึ้น
อาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่า เกิดจากซิลิโคนแตก หรือเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป แต่ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ โดยไม่ควรรอให้อาการรุนแรง ก่อนพบแพทย์
ตรวจสอบซิลิโคน CUI ที่เคยเสริมได้อย่างไร
สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่า เคยเสริมซิลิโคน CUI รุ่นใด สามารถเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลการผ่าตัด และตรวจสอบสภาพหน้าอก ในปัจจุบัน
แนวทางที่แนะนำ ได้แก่
- ตรวจสอบบัตรประจำซิลิโคน หากยังเก็บไว้ ควรดูชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น ขนาด และหมายเลขที่ใช้ระบุซิลิโคน
- ค้นหาเอกสารการผ่าตัดเดิม เพื่อยืนยันรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาที่เสริมหน้าอก
- เข้ารับการตรวจประเมินกับแพทย์ โดยแจ้งประวัติการเสริมหน้าอก และอาการที่เปลี่ยนแปลง
- ตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ หรือ MRI ตามข้อบ่งชี้ เพื่อประเมินสภาพซิลิโคน และตรวจหาความผิดปกติ ที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก
หากไม่มีบัตรประจำซิลิโคน แพทย์ยังสามารถตรวจประเมินสภาพหน้าอก และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจภาพทางการแพทย์ เพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถระบุยี่ห้อ หรือรหัสรุ่นของซิลิโคน ได้อย่างแน่นอน
กรณีไหน ที่อาจต้องพิจารณา เปลี่ยนซิลิโคน
การผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคน เป็นการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่กำหนดจากจำนวนปีที่เสริม เพียงอย่างเดียว
กรณีที่แพทย์ อาจพิจารณาการผ่าตัดแก้ไข ได้แก่
- ตรวจพบซิลิโคนแตก หรือมีความเสียหาย ที่จำเป็นต้องแก้ไข
- เกิดพังผืดรัดซิลิโคนรุนแรง จนมีอาการเจ็บ หรือหน้าอกผิดรูป
- ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง ส่งผลต่อความสมมาตร และรูปร่างหน้าอก
- เกิดภาวะแทรกซ้อน ที่จำเป็นต้องนำซิลิโคนออก หรือรักษาด้วยการผ่าตัด
- ผู้รับบริการต้องการปรับขนาด หรือรูปทรงหน้าอกใหม่ หลังได้รับข้อมูลความเสี่ยง และข้อจำกัดอย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่เคยเสริมหน้าอกด้วย CUI และต้องการเปลี่ยนเป็นซิลิโคนรุ่นใหม่ แพทย์จะต้องตรวจสอบสภาพพังผืด ขนาดโพรงซิลิโคน ความหนาของเนื้อเยื่อ และตำแหน่งซิลิโคนเดิม ก่อนวางแผนผ่าตัด
บางกรณี อาจสามารถเปลี่ยนซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ขณะที่บางกรณี อาจต้องแก้ไขโพรงซิลิโคน หรือจัดการพังผืดร่วมด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหา ที่ตรวจพบ
ดังนั้น การตัดสินใจว่า จะใช้ซิลิโคน CUI เดิมต่อไป หรือเปลี่ยนเป็นซิลิโคนรุ่นใหม่ ควรอาศัยผลการตรวจ และคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก เพื่อให้ได้แนวทาง ที่เหมาะสมกับสภาพหน้าอก และความปลอดภัย ในระยะยาว

